พบช่องโหว่ความปลอดภัยระดับวิกฤตในไลบรารี LangChain-Core ซึ่งอาจเปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดที่เป็นอันตรายจากระยะไกล (Remote Code Execution – RCE) บนระบบที่ใช้งานไลบรารีเวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ การโจมตีนี้อาจนำไปสู่การควบคุมระบบ การเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน หรือการโจมตีเพิ่มเติมในเครือข่ายเป้าหมายได้ โดย LangChain-Core เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ทำให้ช่องโหว่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของระบบ AI
Severity: วิกฤต
System Impact:
- ระบบที่ใช้งานไลบรารี LangChain-Core เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ
- แอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นโดยใช้ LangChain ที่มีการเรียกใช้ส่วนประกอบที่อ่อนแอ
- เซิร์ฟเวอร์หรือโครงสร้างพื้นฐานที่โฮสต์แอปพลิเคชันดังกล่าว
- ข้อมูลภายในองค์กรที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบที่ถูกบุกรุก
Technical Attack Steps:
- ผู้โจมตีระบุเป้าหมายที่เป็นแอปพลิเคชันหรือระบบที่ใช้ LangChain-Core เวอร์ชันที่อ่อนแอ
- ผู้โจมตีสร้างและส่งข้อมูลขาเข้าที่มีเพย์โหลดที่เป็นอันตราย (malicious payload) ไปยังส่วนประกอบของ LangChain-Core ที่มีช่องโหว่
- เนื่องจากช่องโหว่ด้านการตรวจสอบอินพุตหรือไม่เหมาะสม การประมวลผลเพย์โหลดดังกล่าวทำให้โค้ดที่ฝังอยู่ถูกตีความและรันบนระบบโฮสต์
- การรันโค้ดจากระยะไกลทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมระบบ รันคำสั่ง เก็บข้อมูล หรือติดตั้งมัลแวร์เพิ่มเติมได้
Recommendations:
Short Term:
- ตรวจสอบและอัปเดตไลบรารี LangChain-Core เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ทันที
- จำกัดการเข้าถึงเครือข่าย (Network Access Control) ไปยังแอปพลิเคชันที่ใช้ LangChain-Core ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่จำเป็น
- ตรวจสอบบันทึก (logs) ของระบบที่ใช้งาน LangChain-Core เพื่อหาร่องรอยของการโจมตีหรือกิจกรรมที่น่าสงสัย
Long Term:
- ใช้หลักการ “least privilege” สำหรับแอปพลิเคชันและบริการที่ใช้งาน LangChain หรือไลบรารี AI อื่นๆ
- ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยและทดสอบเจาะระบบ (penetration testing) อย่างสม่ำเสมอสำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้ไลบรารี open-source โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ AI/ML
- ฝึกอบรมนักพัฒนาเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการเขียนโค้ดที่ปลอดภัย (secure coding practices) และการจัดการไลบรารีบุคคลที่สาม
- พิจารณาการใช้งาน Web Application Firewall (WAF) หรือ Intrusion Prevention System (IPS) เพื่อช่วยตรวจจับและบล็อกเพย์โหลดที่เป็นอันตราย
Source: https://thehackernews.com/2025/12/critical-langchain-core-vulnerability.html
Share this content: