นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงใน MongoDB ที่ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกล (RCE) และดำเนินการคำสั่งใด ๆ บนเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ ช่องโหว่นี้มีความรุนแรงสูงและอาจนำไปสู่การเข้าถึงระบบทั้งหมด การขโมยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน หรือการติดตั้งมัลแวร์บนเซิร์ฟเวอร์ได้โดยง่ายหากไม่ได้ทำการแก้ไข

Severity: วิกฤต

System Impact:

  • MongoDB Database Servers
  • แอปพลิเคชันที่ใช้งาน MongoDB
  • ระบบปฏิบัติการที่รัน MongoDB

Technical Attack Steps:

  1. ผู้โจมตีระบุอินสแตนซ์ของ MongoDB ที่มีช่องโหว่และเปิดเผยสู่สาธารณะ
  2. ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เฉพาะใน MongoDB เพื่อส่งคำสั่งพิเศษผ่านช่องทางที่ถูกควบคุม
  3. สั่งรันคำสั่ง Shell หรือโค้ดที่เป็นอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์โดยไม่จำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตน
  4. ได้รับสิทธิ์ในการควบคุมระบบและเข้าถึงข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์

Recommendations:

Short Term:
  • อัปเดต MongoDB เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่มีการแก้ไขช่องโหว่นี้ทันที
  • จำกัดการเข้าถึง MongoDB จากภายนอกเครือข่ายที่ไม่จำเป็น และพิจารณาใช้งานผ่าน VPN หรือ IP Whitelisting
  • ตรวจสอบบันทึก (logs) ของ MongoDB และระบบปฏิบัติการเพื่อหาสัญญาณของการโจมตีหรือกิจกรรมที่ผิดปกติ
Long Term:
  • ใช้หลักการ Least Privilege ในการตั้งค่าสิทธิ์ผู้ใช้และบริการของ MongoDB เพื่อจำกัดความเสียหายหากถูกโจมตี
  • ติดตั้ง Firewall และ Intrusion Detection/Prevention Systems (IDS/IPS) เพื่อตรวจสอบทราฟฟิกขาเข้า-ขาออกจากเซิร์ฟเวอร์ MongoDB
  • ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัย (Security Audits) และ Pen-testing เป็นประจำเพื่อค้นหาและแก้ไขช่องโหว่
  • เข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างส่งและในขณะเก็บ (encryption at rest and in transit) เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

Source: https://thehackernews.com/2025/12/new-mongodb-flaw-lets-unauthenticated.html

Share this content:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *