Nicholas Moore วัย 24 ปีจาก Springfield, Tennessee ได้สารภาพผิดในข้อหาเข้าถึงคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตและฉ้อโกง ซึ่งถือเป็นคดีสำคัญของการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ของรัฐบาล Moore ได้แฮกเข้าสู่ระบบของรัฐบาลสหรัฐฯ หลายระบบและเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนต่อสาธารณะผ่านโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นถึงช่องโหว่ร้ายแรงในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐบาล ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2023 Moore ได้ดำเนินการเจาะระบบเป้าหมายสามระบบที่มีมูลค่าสูงอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยจากผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตเพื่อบุกรุกระบบยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของศาลฎีกาสหรัฐฯ อย่างน้อย 25 ครั้ง ภายใน 25 วัน การโจมตีนี้แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงระบบที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างต่อเนื่อง วิธีการเจาะระบบของ Moore อาศัยการขโมยข้อมูลประจำตัว (credential theft) มากกว่าเทคนิคการโจมตีที่ซับซ้อน

     

Severity: วิกฤต

      
     

System Impact:

     

  • ระบบยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของศาลฎีกาสหรัฐฯ (U.S. Supreme Court’s electronic filing system)
  • ระบบ AmeriCorps
  • แพลตฟอร์ม MyHealthEVet ของกระทรวงกิจการทหารผ่านศึก (Department of Veterans Affairs’ MyHealthEVet platform)
  • โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐบาลกลาง (Federal digital infrastructure)

      
     

Technical Attack Steps:

     

  1. ผู้โจมตีได้รับข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยจากผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตหลายราย
  2. ใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยเพื่อเข้าถึงระบบของรัฐบาลสหรัฐฯ หลายระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. บุกรุกระบบยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของศาลฎีกาสหรัฐฯ อย่างน้อย 25 ครั้งในช่วง 25 วัน
  4. เข้าถึงระบบ AmeriCorps และสกัดข้อมูลส่วนบุคคลจากบัญชีเหยื่อ
  5. เข้าถึงแพลตฟอร์ม MyHealthEVet ของ Department of Veterans Affairs 5 ครั้ง โดยใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกบุกรุกของทหารผ่านศึก และเข้าถึงข้อมูลสุขภาพส่วนตัวรวมถึงยาที่สั่งจ่ายและรายละเอียดทางการแพทย์
  6. โพสต์ภาพหน้าจอและรายละเอียดการละเมิดข้อมูลบน Instagram ภายใต้บัญชี @ihackedthegovernment ซึ่งรวมถึงชื่อเหยื่อและข้อมูลระบุตัวตนอื่นๆ เพื่ออวดอ้างการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ VA

      
     

Recommendations:

     

Short Term:

     

  • ตรวจสอบและรีเซ็ตรหัสผ่านสำหรับบัญชีผู้ใช้ทั้งหมดที่อาจถูกบุกรุกในระบบของรัฐบาล รวมถึงระบบ Supreme Court, AmeriCorps และ Department of Veterans Affairs
  • บังคับใช้การใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) สำหรับการเข้าถึงระบบที่สำคัญทั้งหมดโดยทันที
  • ดำเนินการตอบสนองต่อเหตุการณ์ (Incident Response) และการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ (Forensics) บนระบบที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เพื่อระบุขอบเขตของการละเมิดและช่องโหว่ที่ยังคงอยู่

     

Long Term:

     

  • ปรับปรุงนโยบายการจัดการข้อมูลประจำตัวให้แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงการบังคับใช้นโยบายรหัสผ่านที่ซับซ้อนและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลประจำตัวอย่างสม่ำเสมอ
  • ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) และการทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Testing) เป็นประจำบนระบบดิจิทัลของรัฐบาลทั้งหมด
  • พัฒนาระบบการตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคาม (Threat Detection and Response) เพื่อตรวจจับการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาตและกิจกรรมที่น่าสงสัยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเน้นเรื่องการป้องกันการโจมตีแบบฟิชชิ่งและการขโมยข้อมูลประจำตัว
  • จำกัดการเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนตามหลักการ Least Privilege (ให้สิทธิ์ขั้นต่ำที่จำเป็น) เพื่อลดความเสี่ยงหากมีการละเมิดเกิดขึ้น

      
     

Source: https://cybersecuritynews.com/hacker-pleads-guilty/

   

Share this content:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *