บทความนี้วิเคราะห์ว่าในปี 2025 ผู้โจมตีไม่ได้ใช้ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ แต่ใช้ AI และระบบอัตโนมัติในการขยายขนาดการโจมตีด้วยกลวิธีเดิม ๆ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ เช่น การโจมตีซัพพลายเชน, ฟิชชิ่ง, และการเผยแพร่มัลแวร์ผ่านร้านค้าทางการ โดยเน้นย้ำว่าผู้ป้องกันควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขจุดอ่อนด้านความปลอดภัยพื้นฐาน แทนที่จะไล่ตามกลยุทธ์การป้องกันที่ ‘ล้ำสมัย’ เพียงอย่างเดียว

     

Severity: สูง

      
     

System Impact:

     

  • ซัพพลายเชนซอฟต์แวร์ (โดยเฉพาะแพ็กเกจ NPM และโครงสร้าง dependency)
  • บัญชีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (ผ่านการโจมตีฟิชชิ่ง)
  • ร้านค้าแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ (เช่น Chrome Web Store และ App Store บนมือถือ)
  • ส่วนเสริมของเบราว์เซอร์ (เช่น Chrome extensions)
  • ผู้ใช้งาน (เป็นจุดอ่อนที่ง่ายที่สุดในการโจมตีฟิชชิ่ง)

      
     

Technical Attack Steps:

     

  1. ผู้โจมตีใช้ AI ในการระบุและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในซัพพลายเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. แพ็กเกจซอฟต์แวร์ที่ถูกบุกรุกหนึ่งรายการสามารถแพร่กระจายผ่าน dependency tree ไปยังโปรเจกต์ดาวน์สตรีมหลายพันรายการ
  3. ผู้โจมตีใช้กลยุทธ์ระยะยาว โดยเผยแพร่แพ็กเกจที่ถูกต้องเพื่อสร้างความไว้วางใจ ก่อนที่จะแทรกโค้ดอันตรายในภายหลัง
  4. ฟิชชิ่งยังคงมีประสิทธิภาพ โดยใช้มนุษย์เป็นจุดอ่อนที่สุด
  5. นักพัฒนาคลิกลิงก์ที่เป็นอันตรายและป้อนข้อมูลประจำตัว ทำให้บัญชีถูกบุกรุก ซึ่งนำไปสู่การเป็นพิษของแพ็กเกจที่มีการดาวน์โหลดหลายสิบล้านครั้ง
  6. มัลแวร์ยังคงเล็ดลอดผ่านกลไกการตรวจสอบของร้านค้าทางการ (เช่น ส่วนเสริม Chrome ที่ขโมยข้อมูล ChatGPT)
  7. ระบบตรวจสอบอัตโนมัติและผู้ดูแลระบบไม่สามารถตามทันความซับซ้อนของผู้โจมตี

      
     

Recommendations:

     

Short Term:

     

  • แก้ไขรูปแบบการอนุญาต (Permissions models) สำหรับส่วนเสริมของเบราว์เซอร์ให้คล้ายคลึงกับ Android และ iOS เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมสิทธิ์ได้ละเอียดขึ้น
  • เสริมความแข็งแกร่งในการตรวจสอบซัพพลายเชน (Supply chain verification) ของซอฟต์แวร์
  • กำหนดให้การยืนยันตัวตนที่ทนทานต่อฟิชชิ่ง (Phishing-resistant authentication) เป็นค่าเริ่มต้น
  • หยุดการไล่ตามกลยุทธ์การป้องกันที่ ‘ล้ำสมัย’ และหันมาแก้ไขปัญหาพื้นฐานที่ยังคงทำงานผิดพลาดอยู่

     

Long Term:

     

  • นำเทคโนโลยีการควบคุมสิทธิ์ที่ละเอียดอ่อน (granular control) มาใช้กับส่วนเสริมของเบราว์เซอร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกให้สิทธิ์เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
  • สร้างความตระหนักและให้การศึกษาแก่ผู้ใช้งานเกี่ยวกับภัยคุกคามฟิชชิ่งอย่างต่อเนื่อง
  • ลงทุนในการปรับปรุงระบบตรวจสอบอัตโนมัติและผู้ดูแลระบบของร้านค้าแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตรวจจับมัลแวร์ที่ซับซ้อนได้
  • มีการตรวจสอบและปรับปรุงความปลอดภัยของซัพพลายเชนอย่างสม่ำเสมอ

      
     

Source: https://thehackernews.com/2026/01/what-should-we-learn-from-how-attackers.html

   

Share this content:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *