Fortinet ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยระดับวิกฤตใน FortiSIEM (CVE-2025-64155) ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถรันโค้ดจากระยะไกลได้ โดยช่องโหว่นี้มีคะแนน CVSS ที่ 9.4 และส่งผลกระทบต่อ Super และ Worker nodes ของ FortiSIEM นอกจากนี้ Fortinet ยังได้แก้ไขช่องโหว่ระดับวิกฤตอีกรายการใน FortiFone (CVE-2025-47855) ที่มีคะแนน CVSS 9.3 ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถเข้าถึงการกำหนดค่าอุปกรณ์ได้ผ่านคำขอ HTTP(S) ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ
Severity: วิกฤต
System Impact:
- FortiSIEM (เฉพาะ Super และ Worker nodes) ได้รับผลกระทบจาก CVE-2025-64155:
- – FortiSIEM 6.7.0 ถึง 6.7.10 (แนะนำให้อัปเกรดไปยังรุ่นที่ได้รับการแก้ไข)
- – FortiSIEM 7.0.0 ถึง 7.0.4 (แนะนำให้อัปเกรดไปยังรุ่นที่ได้รับการแก้ไข)
- – FortiSIEM 7.1.0 ถึง 7.1.8 (แนะนำให้อัปเกรดเป็น 7.1.9 หรือสูงกว่า)
- – FortiSIEM 7.2.0 ถึง 7.2.6 (แนะนำให้อัปเกรดเป็น 7.2.7 หรือสูงกว่า)
- – FortiSIEM 7.3.0 ถึง 7.3.4 (แนะนำให้อัปเกรดเป็น 7.3.5 หรือสูงกว่า)
- – FortiSIEM 7.4.0 (แนะนำให้อัปเกรดเป็น 7.4.1 หรือสูงกว่า)
- FortiFone ได้รับผลกระทบจาก CVE-2025-47855:
- – FortiFone 3.0.13 ถึง 3.0.23 (แนะนำให้อัปเกรดเป็น 3.0.24 หรือสูงกว่า)
- – FortiFone 7.0.0 ถึง 7.0.1 (แนะนำให้อัปเกรดเป็น 7.0.2 หรือสูงกว่า)
Technical Attack Steps:
- สำหรับ CVE-2025-64155 (FortiSIEM):
- 1. ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ส่งคำขอ TCP ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษไปยังบริการ phMonitor ของ FortiSIEM (พอร์ต TCP 7900).
- 2. บริการ phMonitor มีช่องโหว่ OS command injection ซึ่งอนุญาตให้มีการฉีดอาร์กิวเมนต์ผ่านคำสั่ง curl.
- 3. การฉีดอาร์กิวเมนต์ผ่าน curl ทำให้สามารถเขียนไฟล์ตามอำเภอใจลงบนดิสก์ได้ในบริบทของผู้ใช้ admin.
- 4. ผู้โจมตีเขียน reverse shell ไปยังไฟล์ ‘/opt/charting/redishb.sh’.
- 5. ไฟล์ดังกล่าวถูกเรียกใช้ทุกนาทีโดย cron job ที่ทำงานด้วยสิทธิ์ root ซึ่งนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์จาก admin เป็น root และควบคุมอุปกรณ์ FortiSIEM ได้อย่างสมบูรณ์
- สำหรับ CVE-2025-47855 (FortiFone):
- 1. ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ส่งคำขอ HTTP(S) ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษไปยังหน้า Web Portal ของ FortiFone.
- 2. ช่องโหว่นี้อนุญาตให้ผู้โจมตีเข้าถึงการกำหนดค่าอุปกรณ์ได้.
Recommendations:
Short Term:
- อัปเดต FortiSIEM และ FortiFone เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่ Fortinet ได้จัดเตรียมไว้ให้เพื่อแก้ไขช่องโหว่โดยทันที.
- สำหรับ FortiSIEM ให้จำกัดการเข้าถึงเครือข่ายไปยังพอร์ต phMonitor (TCP 7900) เป็นการแก้ไขชั่วคราว.
Long Term:
- ตรวจสอบและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจาก Fortinet อย่างสม่ำเสมอ.
- ใช้การแบ่งส่วนเครือข่าย (Network Segmentation) เพื่อจำกัดการเข้าถึงบริการและพอร์ตที่สำคัญ.
- ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยและการทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Testing) เป็นประจำเพื่อระบุและแก้ไขช่องโหว่เชิงรุก.
- มั่นใจว่ามีกลยุทธ์การจัดการแพตช์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับระบบองค์กรทั้งหมด.
Source: https://thehackernews.com/2026/01/fortinet-fixes-critical-fortisiem-flaw.html
Share this content: