นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้เปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงใน MongoDB ที่ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกล (RCE) และดำเนินการคำสั่งใด ๆ บนเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ ช่องโหว่นี้มีความรุนแรงสูงและอาจนำไปสู่การเข้าถึงระบบทั้งหมด การขโมยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน หรือการติดตั้งมัลแวร์บนเซิร์ฟเวอร์ได้โดยง่ายหากไม่ได้ทำการแก้ไข
Severity: วิกฤต
System Impact:
- MongoDB Database Servers
- แอปพลิเคชันที่ใช้งาน MongoDB
- ระบบปฏิบัติการที่รัน MongoDB
Technical Attack Steps:
- ผู้โจมตีระบุอินสแตนซ์ของ MongoDB ที่มีช่องโหว่และเปิดเผยสู่สาธารณะ
- ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เฉพาะใน MongoDB เพื่อส่งคำสั่งพิเศษผ่านช่องทางที่ถูกควบคุม
- สั่งรันคำสั่ง Shell หรือโค้ดที่เป็นอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์โดยไม่จำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตน
- ได้รับสิทธิ์ในการควบคุมระบบและเข้าถึงข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์
Recommendations:
Short Term:
- อัปเดต MongoDB เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่มีการแก้ไขช่องโหว่นี้ทันที
- จำกัดการเข้าถึง MongoDB จากภายนอกเครือข่ายที่ไม่จำเป็น และพิจารณาใช้งานผ่าน VPN หรือ IP Whitelisting
- ตรวจสอบบันทึก (logs) ของ MongoDB และระบบปฏิบัติการเพื่อหาสัญญาณของการโจมตีหรือกิจกรรมที่ผิดปกติ
Long Term:
- ใช้หลักการ Least Privilege ในการตั้งค่าสิทธิ์ผู้ใช้และบริการของ MongoDB เพื่อจำกัดความเสียหายหากถูกโจมตี
- ติดตั้ง Firewall และ Intrusion Detection/Prevention Systems (IDS/IPS) เพื่อตรวจสอบทราฟฟิกขาเข้า-ขาออกจากเซิร์ฟเวอร์ MongoDB
- ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัย (Security Audits) และ Pen-testing เป็นประจำเพื่อค้นหาและแก้ไขช่องโหว่
- เข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างส่งและในขณะเก็บ (encryption at rest and in transit) เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Source: https://thehackernews.com/2025/12/new-mongodb-flaw-lets-unauthenticated.html
Share this content: