Crypto Scanner เป็นเครื่องมือแบบ Command-Line Interface (CLI) แบบโอเพนซอร์สที่พัฒนาโดย Quantum Shield Labs เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถระบุการเข้ารหัสที่เสี่ยงต่อควอนตัมในโค้ดต้นฉบับ ไฟล์กำหนดค่า และใบรับรองได้. ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเตือนว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลัง (CRQCs) อาจสามารถถอดรหัสมาตรฐานเช่น RSA และ ECC ได้ภายในปี 2033 และอันตรายจากการโจมตีแบบ “Harvest Now, Decrypt Later” (HNDL) มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ซึ่งผู้ไม่ประสงค์ดีจะขโมยข้อมูลที่เข้ารหัสไว้เพื่อรอถอดรหัสในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีควอนตัมพร้อมใช้งาน. เครื่องมือนี้ช่วยให้องค์กรสามารถเตรียมพร้อมสำหรับการย้ายไปใช้อัลกอริทึมที่ทนทานต่อควอนตัมตามมาตรฐาน NIST ใหม่ เช่น ML-KEM และ ML-DSA โดยการจัดทำรายการและประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์การเข้ารหัสที่มีอยู่

     

Severity: สูง

      
     

System Impact:

     

  • Source Code (Python, JavaScript/TypeScript, Java, Go, Rust, C++, Swift)
  • Configuration Files (YAML, JSON, TOML)
  • X.509 Certificates
  • Modern Development Workflows
  • CI/CD Pipelines (GitHub Actions, GitLab CI)

      
     

Technical Attack Steps:

     

  1. 1. **การเก็บเกี่ยวข้อมูล (Harvest Now):** ผู้ไม่ประสงค์ดีทำการขโมยข้อมูลที่เข้ารหัสในปัจจุบัน โดยที่ยังไม่สามารถถอดรหัสได้ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบคลาสสิก
  2. 2. **การจัดเก็บข้อมูล:** ข้อมูลที่ถูกขโมยจะถูกจัดเก็บไว้เป็นเวลานาน เพื่อรอเทคโนโลยีในการถอดรหัสในอนาคต
  3. 3. **การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม:** รอการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงความปลอดภัย (Cryptographically Relevant Quantum Computers – CRQCs) ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการทำลายการเข้ารหัสมาตรฐานในปัจจุบัน (เช่น RSA และ ECC) ด้วยอัลกอริทึมอย่าง Shor’s algorithm
  4. 4. **การถอดรหัสในอนาคต (Decrypt Later):** เมื่อ CRQCs พัฒนาถึงระดับที่สามารถใช้งานได้ ผู้ไม่ประสงค์ดีจะนำข้อมูลที่ถูกเก็บเกี่ยวไว้มาถอดรหัสเพื่อเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นความลับ

      
     

Recommendations:

     

Short Term:

     

  • ติดตั้ง Crypto Scanner (pip install crypto-scanner) เพื่อสแกนโค้ดเบส, ไฟล์กำหนดค่า และใบรับรองอย่างเร่งด่วน เพื่อระบุการเข้ารหัสที่เสี่ยงต่อควอนตัมในปัจจุบัน
  • ประเมินระดับความเสี่ยงที่ระบุโดย Crypto Scanner (Critical, High, Medium, Low) และจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข

     

Long Term:

     

  • วางแผนและเริ่มกระบวนการย้ายไปใช้อัลกอริทึมการเข้ารหัสที่ทนทานต่อควอนตัม (Quantum-Resistant Algorithms) ตามมาตรฐานล่าสุดของ NIST (เช่น ML-KEM และ ML-DSA)
  • รวม Crypto Scanner เข้ากับไปป์ไลน์ CI/CD (Continuous Integration/Continuous Delivery) เช่น GitHub Actions และ GitLab CI เพื่อสร้าง “Quality Gates” ที่จะบล็อกการคอมมิตโค้ดหากมีการนำการเข้ารหัสที่อ่อนแอหรือไม่ทันสมัยเข้ามาในระบบ
  • ดำเนินการสแกนโค้ดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าสินทรัพย์การเข้ารหัสทั้งหมดได้รับการตรวจสอบและอัปเดตอย่างต่อเนื่องตามภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป

      
     

Source: https://cybersecuritynews.com/crypto-scanner-tool/

   

Share this content:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *