ในปี 2025 กระเป๋าเงินคริปโตได้รับเงินทุนที่ผิดกฎหมายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการพลิกกลับแนวโน้มลดลงในช่วงสามปีที่ผ่านมาที่เคยมีเงินผิดกฎหมาย 8.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2021 และ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 145% นี้เกิดขึ้นแม้ว่าสัดส่วนกิจกรรมที่ผิดกฎหมายต่อปริมาณธุรกรรมทั้งหมดจะลดลงเล็กน้อยจาก 1.3% ในปี 2024 เหลือ 1.2% ในปี 2025 โดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมคริปโตที่เชื่อมโยงกับการคว่ำบาตร การใช้งานคริปโตโดยรัฐชาติ และการพัฒนาเครื่องมือการระบุแหล่งที่มาที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การแฮกยังส่งผลให้เกิดความเสียหาย 2.87 พันล้านดอลลาร์จากการโจมตี 150 ครั้ง และกิจกรรมการหลอกลวงมีมูลค่าถึง 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะการหลอกลงทุนที่ใช้ AI ขณะที่ Ransomware ยังคงมีการระบาดสูง แต่เหยื่อเริ่มปฏิเสธการจ่ายค่าไถ่มากขึ้น และการฟอกเงินผ่านคริปโตก็พัฒนาไปสู่การใช้ Bridges และ Cross-chain routing แทน Mixers ที่ลดลง

     

Severity: สูง

      
     

System Impact:

     

  • กระเป๋าเงินคริปโต (Crypto wallets)
  • เครือข่ายบล็อกเชน (Blockchain networks)
  • แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency exchanges) เช่น Bybit
  • โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของรัฐชาติ (Nation-state financial infrastructure)
  • ระบบการชำระเงินแบบ Escrow ที่เชื่อมโยงกับจีน
  • เครือข่ายธนาคารใต้ดิน (Underground banking networks)

      
     

Technical Attack Steps:

     

  1. การเข้าถึงหรือหลอกลวงเบื้องต้น: ผู้โจมตีใช้กลวิธีหลากหลาย เช่น การโจมตีทางวิศวกรรมสังคม (สำหรับหลอกลวง) หรือการหาช่องโหว่ (สำหรับเจาะระบบ) เพื่อเข้าถึงระบบหรือหลอกล่อเหยื่อ
  2. การรวบรวมเงินทุนที่ผิดกฎหมาย: เงินทุนถูกขโมยผ่านการแฮก (เช่น การเจาะระบบ Bybit) หรือได้มาจากการหลอกลวงเหยื่อ (เช่น การหลอกลงทุน, Romance scam, Fake task scam) หรือจากการเรียกค่าไถ่ (Ransomware)
  3. การฟอกเงิน/ปกปิดธุรกรรม: สินทรัพย์คริปโตที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายถูกเคลื่อนย้ายผ่านวิธีต่างๆ เพื่อปกปิดแหล่งที่มา โดยรวมถึงการใช้ Cross-chain routing, Bridges และ Mixers (แม้ว่า Mixers จะลดลง)
  4. การรวมเข้ากับโครงสร้างทางการเงิน: กลุ่มอาชญากรและรัฐชาติที่ถูกคว่ำบาตรใช้เงินคริปโตที่ผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินหลักมากขึ้น

      
     

Recommendations:

     

Short Term:

     

  • ตรวจสอบธุรกรรมคริปโตและสถานะของกระเป๋าเงินดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจจับความผิดปกติ
  • เพิ่มความระมัดระวังต่อการหลอกลวงรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการหลอกลงทุน, Romance scam และ Fake task scam ที่มักใช้ AI มาช่วยในการสร้างความน่าเชื่อถือ
  • ไม่ควรจ่ายค่าไถ่ให้กับกลุ่ม Ransomware เนื่องจากอาจไม่ได้รับข้อมูลคืนและเป็นการสนับสนุนกิจกรรมอาชญากรรม
  • ใช้โซลูชันความปลอดภัยที่ทันสมัยสำหรับกระเป๋าเงินและแพลตฟอร์มคริปโต (เช่น การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย, การแจ้งเตือนธุรกรรม)

     

Long Term:

     

  • สนับสนุนและผลักดันการบังคับใช้นโยบาย KYC (Know Your Customer) และ AML (Anti-Money Laundering) ที่เข้มงวดมากขึ้นในทุกแพลตฟอร์มคริปโต
  • ลงทุนในการให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานทั่วไปเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี
  • ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, หน่วยงานกำกับดูแล และบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน เพื่อปรับปรุงการตรวจจับและปราบปรามอาชญากรรม
  • พัฒนาและปรับปรุงเครื่องมือและเทคนิคในการติดตามธุรกรรมข้ามเชน (Cross-chain) และผ่าน Bridges ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ส่งเสริมการใช้กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallets) สำหรับการเก็บสินทรัพย์คริปโตจำนวนมาก และการเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) เสมอ

      
     

Source: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/crypto-wallets-received-a-record-158-billion-in-illicit-funds-last-year/

   

Share this content:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *