ทางการเนเธอร์แลนด์ได้ยึดเซิร์ฟเวอร์ VPN ของ Windscribe ที่ตั้งอยู่ในประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่ไม่เปิดเผย Windscribe ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจากแคนาดา ระบุว่าการออกแบบที่เน้นความเป็นส่วนตัวของตน (เซิร์ฟเวอร์แบบ RAM-only ที่ลบข้อมูลทั้งหมดเมื่อปิดเครื่อง) ทำให้ไม่สามารถกู้คืนข้อมูลใดๆ ได้ บริษัทได้เปิดเผยเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย และยืนยันว่านโยบายการไม่บันทึกข้อมูล (no-logs policy) ของพวกเขาได้รับการตรวจสอบโดยอิสระ และรายงานความโปร่งใสของพวกเขายืนยันว่าไม่มีข้อมูลผู้ใช้ให้ส่งมอบ แม้จะมีความพยายามจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เพิ่มขึ้นในการตรวจสอบ VPN แต่โครงสร้างของ Windscribe แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

     

Severity: ปานกลาง

      
     

System Impact:

     

  • เซิร์ฟเวอร์ VPN ของ Windscribe (โดยเฉพาะหนึ่งเครื่องในเนเธอร์แลนด์)
  • โครงสร้างพื้นฐานของบริการ VPN
  • ความเชื่อมั่นและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ VPN ทั่วไป

      
     

Technical Attack Steps:

     

  1. ทางการเนเธอร์แลนด์ดำเนินการตามหมายศาลเพื่อยึดเซิร์ฟเวอร์ VPN ของ Windscribe ในประเทศเนเธอร์แลนด์
  2. เซิร์ฟเวอร์ VPN มาตรฐานถูกถอดออกเพื่อค้นหาบันทึกข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอาญา
  3. เนื่องจาก Windscribe ใช้เซิร์ฟเวอร์แบบ RAM-only (diskless) ข้อมูลทั้งหมดบนเซิร์ฟเวอร์จึงถูกลบเมื่อไฟฟ้าดับลงระหว่างการยึดเครื่อง
  4. คาดว่าหน่วยงานจะพบเพียงการติดตั้ง Ubuntu ที่สะอาดหมดจด โดยไม่มีข้อมูลผู้ใช้ถาวร บันทึกเวลาการเชื่อมต่อ ที่อยู่ IP หรือกิจกรรมการท่องเว็บใดๆ

      
     

Recommendations:

     

Short Term:

     

  • ผู้ใช้บริการ VPN ควรตรวจสอบนโยบายการไม่บันทึกข้อมูล (no-logs policy) และการกล่าวอ้างเรื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ RAM-only ของผู้ให้บริการ VPN ที่ใช้ โดยควรได้รับการยืนยันจากการตรวจสอบโดยอิสระ
  • หากมีความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ให้พิจารณาใช้บริการ VPN ที่อนุญาตให้สมัครสมาชิกแบบไม่ระบุตัวตน (เช่น ผ่านสกุลเงินดิจิทัล)

     

Long Term:

     

  • ผู้ให้บริการ VPN ควรลงทุนและนำสถาปัตยกรรมที่เน้นความเป็นส่วนตัวมาใช้ เช่น เซิร์ฟเวอร์แบบ RAM-only เพื่อปกป้องข้อมูลผู้ใช้จากการยึดเซิร์ฟเวอร์จริง
  • ผู้ใช้ควรติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางกฎหมายและนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการ VPN ที่เลือก รวมถึงเขตอำนาจศาลและสถานะ ‘Five Eyes’ ของประเทศนั้นๆ
  • ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้น และความโปร่งใสจากทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและผู้ให้บริการเทคโนโลยี

      
     

Source: https://cybersecuritynews.com/windscribe-vpn-server-seized/

   

Share this content:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *